บทที่ 5 สละตำแหน่ง
ใบหน้าของอนันต์เต็มไปด้วยความโกรธ น้ำเสียงยิ่งเย็นชาลงไปอีก
"คุณเลขาฯ ลลนา ผมกำลังถามคุณอยู่นะ"
ลลนาหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรง ๆ
"คุณคณเดชบอกว่ารอท่านอยู่สองชั่วโมง รู้สึกว่าบริษัทบุญศิริไม่มีความจริงใจ เลยไม่ยอมพบ"
"คุณหมายความว่านี่เป็นความผิดของผมงั้นเหรอ?"
อนันต์ขมวดคิ้วจ้องหน้าเธอ "ลลนา คุณเป็นเลขาฯ ของผม เรื่องพวกนี้คุณควรจะจัดการให้เรียบร้อยไม่ใช่เหรอ?"
"จริงเหรอคะ?"
ลลนาเหลือบตามองปารมี
เคร้ง!
จานขนมหวานในมือปารมีร่วงลงพื้น เธอรีบหลบไปยืนข้างหลังอนันต์ด้วยท่าทางตื่นกลัว "ขอโทษค่ะ เป็นความผิดของหนูเอง หนูไม่ระวังเลยทำให้ตัวเองบาดเจ็บ ถึงได้เกิดความล่าช้า"
ลลนามองดูน้ำตาที่รินไหลของอีกฝ่าย ทว่าสายตากลับเรียบเฉยไร้อารมณ์
อนันต์หยิบทิชชูยื่นให้ น้ำเสียงอ่อนโยนลง
"คุณเพิ่งมา ไม่ใช่ความผิดของคุณ"
เขาหันมาจ้องลลนาด้วยสายตาเย็นชา "คุณไปแก้ไขเรื่องนี้ บริษัทไม่เก็บคนไร้ประโยชน์ไว้"
ลลนากำมือแน่น ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา
"ดี งั้นถ้าฉันไปเจรจาธุรกิจนี้สำเร็จเพียงลำพัง ค่าคอมฯ ก็ต้องเพิ่มเป็นสองเท่าตามกฎใช่ไหม?"
"ฮึ ใช่ ถ้าคุณมีความสามารถขนาดนั้นจริง ๆ"
อนันต์แค่นเสียงในลำคอ แล้วพาปารมีออกจากออฟฟิศไปทันที
ลิซ่ารีบเดินเข้ามาหาด้วยความกังวล "ลลนา คณเดชไม่ใช่คนดี อย่าไปเลย"
โทรศัพท์ของลลนาดังขึ้น เมื่อเห็นการแจ้งเตือนค่ารักษาจากโรงพยาบาล เธอก็กัดริมฝีปากเบา ๆ
"มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะไม่เอาเงินที่มาวางอยู่ตรงหน้า ไม่ต้องห่วง ฉันมีวิธี"
ลลนาตบไหล่บ่าเพื่อนร่วมงานเบา ๆ แล้วหันหลังเดินออกจากออฟฟิศไป
แน่นอนว่าคณเดชไม่ใช่คนดีอย่างที่ใครเขาว่ากันจริง ๆ แต่บริษัทอรุณใจเป็นลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่งของบริษัทบุญศิริ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อรักษาความสัมพันธ์หรือเพื่อค่าคอมมิชชัน เธอก็ต้องไป
ครั้งนี้เธอไม่ได้ไปที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ แต่เดินตรงไปตามโถงทางเดินของพนักงาน มุ่งหน้าสู่ห้องทำงานประธานโดยตรง
"คุณลลนา คุณยังไม่ได้นัดเลยนะคะ! เดี๋ยวก่อน"
เลขาฯ ที่ประตูตกใจมาก แต่ก็สกัดไม่ทัน
คณเดชกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ดูลำบากใจกับกล่องหลายใบที่อยู่ตรงหน้า เมื่อเห็นลลนาเข้ามา ดวงตาก็เปล่งประกายชื่นชม
เธอมีรูปร่างงดงาม แม้อยู่ในชุดสูททับเชิ้ตก็ยังเห็นส่วนโค้งเว้าได้สัดส่วน ทั้งตัวเต็มไปด้วยเสน่ห์ แต่กลับมีใบหน้าเย็นชา ทำให้คนมองรู้สึกอยากจะกดทับเธอลงแล้วทรมานเธอให้ร้องครวญครางออกมา
คณเดชกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
ลลนาทำเป็นไม่เห็นสายตาหยาบโลนนั้น เธอยิ้มแย้มแล้วนั่งลง
"คุณคณเดชกำลังเลือกของขวัญอยู่เหรอคะ?"
เธอมองกล่องเครื่องประดับหลายใบบนโต๊ะ ดูก็รู้ทันทีว่าเป็นของสำหรับผู้หญิง
คณเดชส่งสัญญาณทางสายตาให้เลขาฯ ของเขา ซึ่งอีกฝ่ายก็รู้หน้าที่ รีบออกไปแล้วปิดประตูห้องทำงานลงทันที
เขาเลิกคิ้วให้ลลนา "คุณเลขาฯ ลลนามาได้จังหวะพอดี วันนี้เป็นวันเกิดภรรยาผม ช่วยผมเลือกของขวัญหน่อยสิ"
"ภรรยาคุณชอบสีน้ำเงิน ฉันเห็นเธอสั่งชุดราตรีสีน้ำเงินที่ร้าน แน่นอนว่าคงใส่ออกงาน งั้นสร้อยคอไพลินนี่ก็เหมาะสมที่สุดค่ะ"
ลลนาเอาสัญญาวางใต้กล่องแล้วผลักไปให้ "หรูหราดูดีและมีมูลค่า การเลือกสร้อยคอและพันธมิตรทางธุรกิจควรเลือกแบบนี้"
"คุณพูดถูก" คณเดชยื่นมือมาลูบไล้หลังมือของลลนาซ้ำ ๆ อย่างถือวิสาสะ
ลลนาดึงมือกลับอย่างรวดเร็ว อดกลั้นความขยะแขยงไว้แล้วเอ่ยขึ้น "คุณคณเดช เรื่องความร่วมมือที่เราคุยกันไว้แล้วก่อนหน้านี้ ถ้าไม่มีปัญหา เราก็ลงนามสัญญากันเลยไหม?"
"อย่าเพิ่งรีบสิ ในเมื่อของขวัญชิ้นนี้คุณเลขาฯ เป็นคนเลือกให้ งั้นก็ไปส่งให้ภรรยาผมด้วยกันเลยแล้วกัน"
คณเดชลุกขึ้นทันที โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองสัญญาฉบับนั้นสักนิด
ลลนาขมวดคิ้ว แต่ก็รีบหยิบของตามออกไปทันที
คณเดชขึ้นรถ แต่ไม่ปิดประตู กลับตบที่นั่งข้าง ๆ "คุณเลขาฯ มานั่งตรงนี้สิ"
"คุณคณเดชคะ ฉันนั่งเบาะหน้าก็ได้ค่ะ"
ทว่าพอเปิดประตูหน้า เธอกลับเห็นช่อดอกไม้ขนาดใหญ่วางจองที่ไว้แล้ว
คณเดชหัวเราะเบา ๆ "คุณเลขาฯ มานั่งตรงนี้ดีกว่า"
ลลนาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะจำใจนั่งลงที่เบาะหลัง
เมื่อรถเริ่มออกตัว ท่าทางของคณเดชก็เริ่มคุกคามมากขึ้น
เขาเลื่อนตัวเข้ามาชิด มือใหญ่วางลงบนเอวบางของเธอ
"ได้ยินว่าประธานอนันต์รับคู่ควงคนใหม่มา? คุณเลขาฯ ไม่อยากเปลี่ยนรสชาติบ้างเหรอ?"
เขาใช้แรงกอดรั้งเธอเข้าสู่อ้อมแขน ซึ่งลลนาก็พยายามผลักไสแผงอกของเขาออกไป
"ท่านก็พูดไปนั่น ฉันเป็นแค่เลขาฯ มีหน้าที่แค่ทำงานเท่านั้นค่ะ"
"จริงเหรอ?"
คณเดชใช้แรงมากขึ้น มืออีกข้างเริ่มลูบไล้ไปตามต้นขาของเธอ
"งั้นคุณเลขาฯ ไม่คิดจะทำเพื่อตัวเองบ้างเหรอ?"
สิ้นคำพูดของเขา คนขับรถก็หักรถเข้าจอดข้างทางแล้วรีบลงจากรถไปทันที
ลลนาเบิกตากว้าง ผลักคณเดชออกสุดแรง
"คุณคณเดช วันนี้เป็นวันเกิดภรรยาคุณนะ"
"ใช่ เลยต้องกินของเรียกน้ำย่อยก่อน"
เขาจับแขนของลลนาแน่น ไม่ให้เธอขยับได้
"เลขาฯ ลลนา ที่คุณมาวันนี้ไม่ใช่เพื่อมาเจรจาธุรกิจหรอกเหรอ? ประธานอนันต์ส่งคุณมาส่งถึงหน้าประตู คุณยังไม่เข้าใจความหมายอีกเหรอ?"
ลมหายใจร้อนผ่าวคละคลุ้งด้วยกลิ่นซิการ์เข้มข้นรินรดลงบนใบหน้าของเธอ ลลนารู้สึกลำคอแห้งผาก พยายามดิ้นรนอย่างหมดแรงต้าน
เพียะ!
ฝ่ามือหนาตบลงบนใบหน้าของลลนาจนเธอรู้สึกหูอื้อไปหมด
"ให้เกียรติแล้วไม่ชอบ! ถูกอนันต์เล่นจนช้ำแล้ว ยังจะมาแสร้งทำเป็นบริสุทธิ์อีก? คนอย่างเธอได้นอนกับฉันมันก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว แต่งตัวเซ็กซี่ขนาดนี้ไม่ใช่เอาไว้ล่อผู้ชายงั้นเหรอ?"
เขาบีบคางลลนา บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้น
"กล้าทำหน้าขยะแขยงงั้นเหรอ? ไม่สำเหนียกตัวเองเลยว่าเป็นคนชั้นไหน? ปรนเปรอฉันให้ดี ถ้าวันนี้ฉันพอใจ เรื่องที่อนันต์วางแผนไว้ฉันก็จะปล่อยไป ไม่งั้น..."
เขาตบหน้าลลนาเบา ๆ อีกครั้งเป็นการข่มขู่ ก่อนจะเลื่อนมือลงมาทึ้งกระดุมเสื้อของเธออย่างหยาบคาย จนชุดชั้นในลูกไม้สีดำเผยออกมา
เมื่อเห็นเนินอกขาวเนียน คณเดชก็ลอบกลืนน้ำลาย
"ให้ตายสิ... หลายปีมานี้ อนันต์มันได้กินของดีจริง ๆ เลยเว้ย"
ลลนาพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือดิ้นรนต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง
ทว่าเธอกำลังอยู่ในสภาวะอ่อนแอจากการที่เพิ่งทำแท้งมาได้ไม่นาน และลำพังแรงผู้หญิงจะไปสู้แรงผู้ชายอย่างคณเดชได้อย่างไร?
เพียงไม่นานเธอก็ถูกเขากดทับลงกับเบาะรถอีกครั้ง
"ลลนา ฉันเตือนเธอนะ ทางที่ดีที่สุดคือเชื่อฟังซะ ไม่งั้น..."
ก๊อก! ก๊อก!
ทันใดนั้น เสียงเคาะกระจกรถก็ดังขึ้น
อนันต์ยืนอยู่ด้านนอกด้วยใบหน้าถมึงทึง
คณเดชตกใจจนมือสั่น ลลนาจึงสบโอกาสผลักเขาออกแล้วเปิดประตูรถหนีออกไปทันที
"ท่านประธาน"
สายตาของอนันต์หยุดที่เสื้อผ้าอยู่ที่เสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยและใบหน้าบวมช้ำของเธอ แล้วหันไปมองคณเดช
"วันเกิดคุณนายไพลิน คุณคณเดชดูจะอารมณ์ดีจริง ๆ นะครับ"
คุณเดชรีบจัดแจงเสื้อผ้าและทรงผมให้เข้าที่ก่อนจะก้าวลงจากรถ แล้วเลิกคิ้วมองอนันต์อย่างดูแคลน "ต้องขอบคุณคุณสำหรับของขวัญด้วย"
"ไม่เป็นไร ยังไงคุณนายไพลินก็โทรมาเชิญเอง แน่นอนว่าผมต้องไป"
อนันต์หยิบกล่องเครื่องประดับออกมาด้วยท่าทางเรียบเฉย
"ผมยังมีธุระต่อ คงต้องรบกวนคุณคณเดชเอาของขวัญไปส่งก่อนนะครับ เดี๋ยวผมตามไป"
คณเดชก็ไม่พูดมาก เขาแค่นเสียงหึในลำคอแล้วขึ้นรถจากไปทันที
ลลนาพยุงกายลุกขึ้นด้วยร่างกายที่สั่นเทา "ท่านประธาน..."
"นี่คือวิธีที่คุณคิดได้งั้นเหรอ?" เสียงของอนันต์เย็นเยียบจนน่ากลัว
ลลนาหลับตาลงนิ่ง ๆ เธอไม่คิดจะเอ่ยปากแก้ต่างให้ตัวเองแม้แต่น้อย เพราะสิ่งที่เธอทำลงไปในวันนี้มันช่างโง่เขลาจริง ๆ
"ขอบคุณ"
"ไม่ต้อง! ทำงานของคุณให้ดี อย่าให้ผมต้องมาเก็บกวาดเศษซากให้คุณ!"
อนันต์พูดจบ ก็ได้ยินเสียงหวานใสของปารมีจากข้างหลัง
"ท่านประธานคะ เรายังจะไปกันต่อไหมคะ?"
เธอมองลลนาด้วยสายตาเหนียมอายก่อนจะรีบหลบไปยืนข้างหลังอนันต์
อนันต์ลูบศีรษะปารมีอย่างอ่อนโยน ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น
"แน่นอนสิ เราขึ้นรถกันเถอะ"
ก่อนจะไป เขาหันมามองลลนาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ในเมื่อคุณทำหน้าที่เลขาฯ ไม่ได้ ก็ให้คนอื่นทำแทนเถอะ"
